ป้ายยา 10 หนัง/ซีรีส์ อาชญากรรม/สืบสวนสอบสวน

สวัสดีวันหยุด วันสบายๆแบบนี้ อยู่บ้าน. นอนไม่หลับ ฝนตกแต่เช้าเลย กำลังมองหาสิ่งที่ต้องทำเพื่อแก้เบื่อ จะดีกว่านี้ถ้าเพื่อน ๆ เรายังจำได้ว่าก่อนหน้านี้เราแนะนำซีรีย์ย้อนยุคเกาหลีการ์ตูน Netflix ซีรีย์โรแมนติกเกาหลี ไปกันเถอะ. หวังว่าพวกคุณจะชอบและเห็นมัน แต่วันนี้เรากลับมาเอาใจแฟนหนังตัวยงที่ชอบดูหนังแนวสืบสวน ไขปริศนาชวนเพื่อนมาสนุกด้วยกัน แนะนำ 10 ซีรีส์นักสืบ Netflix สนุก. ไม่เคยเบื่อ ให้เพื่อนของคุณนอนลงและดูหนังในวันหยุด ไปเที่ยวพักผ่อน. อากาศดีๆแบบนี้. ไม่มีคืนที่นอนไม่หลับอีกต่อไป พวกเขายังคงไม่สามารถออกไปได้ เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า หรือ covid-19 ยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง ทางออกที่ดีที่สุดของคุณคืออยู่บ้านและดูหนัง มาดูกันดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น มันเจ๋งแค่ไหน? Netflix เป็นสตรีมมิ่งที่ชื่นชอบและน่าติดตามของผู้เขียน เพราะฉันแค่อยากมีอินเตอร์เน็ตและมือถือทุกที่ที่ไป เราสามารถดูหนังหรือหาหนังและซีรีส์ที่เราชอบดู วันนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำหนัง/ซีรีส์ 10 เรื่อง นักสืบ/อาชญากรรม แฟนหนังไม่ควรพลาด

1. Slasher

เปิดตัวด้วยซีรีส์อาชญากรรม/อาชญากรรม 3 ซีซั่น ความยาว 45-46 นาที ไม่สั้นไป ไม่ยาวเกินไป บอกเล่าเรื่องราวของฆาตกรโหดที่ตามล่าเหยื่อของเขาอย่างไร้ความปราณีไปพร้อมกัน ฝากเบาะแสให้ตำรวจ ความรู้สึกของการดู เริ่มต้นด้วยฉากเต้นรำที่ทุกคนเต้นรำในงานปาร์ตี้ ก่อนที่เขาจะหนีความตายและเอาชีวิตรอดจากฆาตกรที่ประมาท ก่อนจะเล่าเรื่องราวของพระเอกที่ยังเด็กอยู่ ผมคิดว่าเทคนิคการเล่าเรื่อง ตัดต่อ และถ่ายทำค่อนข้างเก่า แต่พอดูต่อไปก็ตื่นเต้นมากที่จะจับคนร้ายได้หรือเปล่า และเหยื่อของเรื่องจะรอดพ้นจากฆาตกรโหดคนนี้หรือไม่? แต่มีฉากลับมากมายในเรื่อง แต่คนรักหนังสแลชเชอร์จะชอบหนังเรื่องนี้ คะแนนรีวิว 7.5/10

2. Sherlock

บอกเล่าเรื่องราวของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ จากปากกาของเซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ผู้สอบสวนคดีนี้อีกครั้งในลอนดอน คุณจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตัวละครของนักสืบเชอร์ล็อค ดัดแปลงจากจินตนาการของนักเขียนหลายคน ฉันต้องบอกว่านักแสดง Benedict Cumberbatch ทำการบ้านและตีความได้ดี ความเฉลียวฉลาดและความเย่อหยิ่งของเชอร์ล็อค โฮล์มส์นั้นสัมผัสได้จริง ๆ และผู้ร้ายในเรื่องนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก ฉันชอบที่เรื่องราวเป็นตรรกะ ครบทุกอารมณ์จริงๆ ทั้งบันเทิงและลึกลับ คะแนนรีวิว 8/10

3. MindHunter

เมื่อเจ้าหน้าที่เอฟบีไอต้องการใช้วิทยาศาสตร์และจิตวิทยาเพื่อเจาะลึกจิตใจและจิตใต้สำนึกของฆาตกรในปลายทศวรรษ 1970 ความรู้สึกก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น พล็อตที่น่าสนใจ บุกเบิกการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์เพื่อลดความเสี่ยงของความรุนแรงในอนาคต แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีวิธีเล่าเรื่องที่ค่อนข้างง่วงนอน นอกจากนี้ สีที่ใช้ในเรื่องยังดูจืดชืดจนมองไม่เห็นอะไรเลย ฉันอยากนอนซักพัก และแทนที่จะดูหนังก็เรียนหนักเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของฆาตกร ในทางกลับกัน เจ้าหน้าที่เอฟบีไอกลับถูกฆาตกรควบคุมและเล่นกับความคิดของเขา จนกว่าเขาจะดำดิ่งสู่ด้านมืดในใจของเขาเอง ซึ่งภาคนี้หลอกหลอนว่าเป็นศิษย์ของฆาตกรหรือไม่ คะแนนรีวิว 8/10

4. Bates Motel

บอกเล่าเรื่องราวของนอร์แมน เบตส์ ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่ของเขาในโรงแรมเล็กๆ ข้างถนนตัดสินใจซื้อหลังจากที่พ่อและสามีเสียชีวิต ก่อนที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องจะเกิดความลึกลับและจะเกิดอะไรขึ้นในโรงแรมนี้ ความรู้สึกในการรับชม ผู้เขียนชอบเวอร์ชั่นภาพยนตร์มากกว่าเวอร์ชั่นซีรีย์ ในหนังเวอร์ชั่นต้นยุค 90 ที่ปล่อยออกมา More Exciting More Exciting More Exciting More น่ากลัวและพีคกว่า สำหรับซีรีย์นี้ผู้เขียนไม่แยแส อาจเป็นเพราะฉันรู้เรื่องราวบางเรื่องแล้ว เป็นซีรีส์ที่อิงจากจุดเริ่มต้นและจุดเปลี่ยนที่ทำให้ D.I.D หรือความผิดปกติทางบุคลิกภาพหลายอย่างเป็นตัวร้าย สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจมากที่สุดคือทักษะการแสดงของ Freddie Highmore ที่รอบคอบและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด และซีรีส์ขยายมิติความรักของแม่มากกว่าเวอร์ชั่นในหนังเรื่อง Psycho ด้วยคะแนนรีวิว 7.5/10

5. Beyond Evil

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่ตำรวจต้องร่วมมือกันจับคนร้าย แต่กลับมาเจออะไรแปลกๆ เพราะรูปแบบเคสจะสัมพันธ์กับเคสเก่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ดูสิ มันบอกเล่าเรื่องราวในรูปแบบของหนังและซีรีย์เกาหลี เล่นด้วยความอยากรู้ในใจคนดู น้ำเสียงของหนังตึงเครียดจนต้องอุทานขึ้นว่าโกรธพระสงฆ์ ใครกันแน่ที่เป็นคนร้าย? เป็นตัวละครหลักหรือเป็นคนนอก? สนุกมากจนคุณสับสนว่าใครคือฆาตกรตัวจริง พล็อตเรื่องคาดเดาไม่ได้หลอกผู้ชม ลึกลับมาก ฉันชอบการแสดงของยอจินกูและชินฮาคยุนในเรื่องด้วย ฉันไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย คะแนนรีวิว 8/10

6. Zodiac

เป็นหนังที่สร้างจากแฟ้มคดีจริงของคดีที่เคยเกิดขึ้นในยุคปี 70 ที่ทุกครั้งที่เขาลงมือทำ เขาก็จะทิ้งโค้ดหรือจดหมายที่ใช้ภาษาลับให้ตำรวจเสมอโดยลงนาม zodiac ความรู้สึกที่ดู การดำเนินเรื่องค่อนข้างเรื่อยๆ เรียบๆ หนังไม่ได้โฟกัสที่ฉากฆาตกรรมหรือความรุนแรงมากนัก แต่เน้นไปที่ฉากแกะรอยตาม สืบหาความจริง จากเบาะแสที่มีเพียงน้อยนิดจากฆาตกรต่อเนื่องคนนี้มากกว่า ว่าทำไมเขาถึงรอดจากการจับกุมของตำรวจ สื่อ และทีมสืบสวนที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อตามหาตัวเขาโดยเฉพาะเป็นสิบๆปี โดยไม่มีเหตุการณ์ประท้วงหรือก่อความวุ่นวายของคนในสังคมเลย มองว่าโทนมู้ดของหนังค่อนข้างเงียบและอินดี้พอสมควรนะเหมือนกับบทเพลงที่ดำเนินเรื่อยๆเรียบๆก่อนจะมีจุดพีคที่ทุกคนจดจำและรู้สึกตื่นเต้น คะแนนรีวิว 10/10

7. Memories Of Murder

เล่าเรื่องราวของเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงในเมืองฮวาซองปี 1986 ที่มีการฆ่ากันในคืนวันที่ฝนตกและรายการวิทยุเล่นเพลงๆนี้เท่านั้น ซึ่งยังจับตัวคนร้ายไม่ได้จนถึงปัจจุบัน ความรู้สึกที่ดู เป็นหนึ่งในหนังแนวสืบสวนสอบสวนอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดของบงจุนโฮ เพราะสนุกมากๆ ลุ้นๆมาก ฉากและโลเคชันก็สวยมาก การแสดงแลเแอ็คติ้งของตัวละครค่อนข้างสมจริง เป็นธรรมชาติ การดำเนินเนื้อเรื่องก็มีเหตุมีผล เพราะนอกจากตำรวจจะไมพอ ตำรวจยังต้องไปปราบประชาชนที่ก่อม็อบประท้วงและสร้างความโกลาหลให้ประเทศอีก จริงๆตำรวจในเรื่องก็เกือบจะจับคนร้ายได้อยู่แล้ว แต่หลักฐานและการพิสูจน์หลักฐานที่ล้าหลังและทุกอย่างล่าช้าไปหมดจึงทำให้คนร้ายตัวจริงหนีรอดไปได้ นี้จึงเป็นเหมือนสาสน์หรือจดหมายที่ผู้กำกับบงจุนโฮสร้างขึ้นมาเพื่ออยากบอกฆาตกรตรงๆโดยเฉพาะเลย คะแนนรีวิว 10/10

8. Unsolved Mysteries

ปล่อยตัวออกมาแล้ว 3 ซีซั่น กับ Unsolved Mysteries สารคดีที่สร้างมาจากเรื่องจริงของคดีที่ยังไขคดีและหาคำตอบไม่ได้ว่าคนร้ายเป็นใครและมันเกิดอะไรขึ้นจริงๆกันแน่ ความรู้สึกทีดู บางคดีรูปคดีก็ดูหาคำตอบได้และภาพรวมไม่ใช่คดีที่ไขได้ยากขนาดนั้นแต่กลับถูกปิดแฟ้มและถูกตัดสินว่าเป็นอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย แทนที่จะเป็นคดีฆาตกรรมอย่างเช่น คดีของทิฟฟานี ที่คดีของเธอถูกปิดลงอย่างรวดเร็วเพียงเพราะเธอดูไม่มีความสุขในชีวิต และมีอาการซีมเศร้า หดหู่ หรือมีบางอย่างหล่นลงมาจากท้องฟ้าปี 1944 ที่มีหน้าตาเหมือนมนุษย์ต่างดาว ซึ่งสารคดีเรื่องนี้เน้นกาาสัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นหลักตามคดีหรือเรื่องราวปริศนาที่เกิดขึ้นจริงหรือเคยเกิดขึ้นจริง ดังนั้นจึงมีช่วงที่เบื่อๆเนือยๆสำหรับคนดูอยู่ คดีที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสงสัยที่สุดคือคดีในโอไฮโอค่ะคะแนนรีวิว 7.5/10

9. Delhi Crime

ซีรีส์สองซีซั่นจำนวน 12 ตอน ตอนละ 40-50 นาทีโดยประมาณ สร้างมาจากเรื่องจริงของคดีดังสุดสะเทือนใจจากกรุงเดลี ความรู้สึกที่ดู เริ่มต้นด้วยดนตรีระทึกขวัญที่หน่วงอารมณ์คนดูเป็นอย่างมาก พร้อมกับเผยชีวิตที่วุ่นวายและโกลาหลของเดลี เมืองหลวงประเทศอินเดีย ที่ทุกอย่างดำเนินด้วยความวุ่นวายและเร่งรีบเสมอ ก่อนจะเล่าเรื่องของราม ตำรวจเจ้าของเคสคดีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเรื่อง ซึ่งมองว่าน่าหดหู่ใจเป็นอย่างมาก การดำเนินเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว  ที่มาถึงก็เปิดฉากยิงกันเลย ก่อนจะตัดต่อไปอีกครอบครัวหนึ่ง ที่กำลังรับประทานอาหารและพูดคุยกัน ซึ่งคนที่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนอาจจะเกิดความรู้สึกสับสนมึนงงได้ ซึ่งวิธีการเล่าเรื่องเป็นวิธีการเล่าเรื่องสืบสวนสอบสวนที่ค่อนข้างดราม่าเข้มข้นแบบรวมทุกอารมณ์ครบจบในเรื่องเดียวกันไปเลย การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้านิดหนึ่งกว่าจะเฉลยทุกๆอย่างแถมการทำงานของตำรวจเดลีก็แอบๆออกแนวไล่จับแพะมากกว่าหาเบาะแสและหลักฐานจริงๆด้วย คะแนนรีวิว 8.5/10

10.​ ​LOU

เมื่อมีคนลักพาตัววี ลูกสาวของฮันนาห์ โดยที่โจรลักพาตัวไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร เมื่อลู คุณป้าข้างบ้านที่มีอดีตที่น่ากลัวซ่อนอยู่ ทำทุกอย่างเพื่อออกตามหาวี ความรู้สึกทีดู เริ่มต้นด้วยฉากคุณยายคนหนึ่งกำลังจะยิงตัวตายวิธีเดียวกับทหารเพิ่งผ่านศึกก่อนจะเปลี่ยนใจนำเงินไปฝากธนาคาร หนังไม่ให้คนดูรู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นเลย นี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่งในเรื่อง ก่อนที่ลูกของคนเช่าบ้านลูจะหายตัวไป ลูจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือชีวิตลูกสาวของลูกบ้านของเธอจากโจรลักพาตัว ซึ่งพอดูไปถึง 40 นาทีก่อนจบ คนดูมีว้าวแน่นอน การถ่ายทำมีสีโทนเรื่องที่ค่อนข้างมืดๆมัวๆฝนตกตลอดเวลาตามสภาพอากาศที่ไม่ดีของเกาะและชนบท ที่จี้ประเด็นเรื่องครอบครัวแบบถึงพริกถึงขิงกันเลยทีเดียว ใครชอบหนังแนวอาชญากรรม/สอบสวนสืบสวนบวกระทึกขวัญและธธิลเลอร์ลึกลับด้วยไม่ควรพลาด คะแนนรีวิว 10/10